พร้อมพงษ์เป็นหนึ่งในย่านที่รวมหลายไลฟ์สไตล์ของกรุงเทพฯ ไว้ในที่เดียว จะเริ่มต้นเช้าด้วยการเดินช้อปแบรนด์ระดับลักชัวรี แวะกินราเม็งร้านโปรดช่วงกลางวัน หรือเปลี่ยนบรรยากาศมาหามุมสงบ ๆ เพื่อพักผ่อนในช่วงบ่ายก็ทำได้ครบภายในวันเดียว
แต่ต่อให้แพลนวันนั้นสนุกแค่ไหน การเดินเท้าท่ามกลางความวุ่นวาย อากาศร้อนของกรุงเทพฯ รวมถึงการเดินและยืนต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง ก็อาจทำให้ศีรษะ คอ และไหล่เริ่มล้า จนรู้สึกหมดพลังได้ง่ายกว่าที่คิด บางครั้งการได้หยุดพักและให้ร่างกายได้ผ่อนคลายจริง ๆ จึงเป็นอีกส่วนสำคัญของวัน
ย่านพร้อมพงษ์มีครบทั้งแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร คาเฟ่ และพื้นที่สงบให้ได้พักจากจังหวะวุ่นวายของเมือง อย่าง Siesta Head Spa สาขา EMSPHERE ที่สามารถแทรกเป็นช่วงเวลาพักและรีเซ็ตตัวเองระหว่างวัน ก่อนกลับไปใช้เวลาที่เหลือต่อได้อย่างสดชื่นและเต็มพลังมากขึ้น
Siesta Head Spa and Salon at EMSPHERE
8F EM TOWER at EMSPHERE · ใกล้ BTS พร้อมพงษ์
เปิดทุกวัน เวลา 10:00–20:00 น.
ดูแผนที่ ·
จองบริการ
การเดินทางไปพร้อมพงษ์แบบสะดวกที่สุด
มาอย่างไรให้สะดวก ทั้ง BTS แท็กซี่ และเส้นทางใกล้เคียง
BTS พร้อมพงษ์เป็นหนึ่งในวิธีที่สะดวกที่สุดในการเดินทางมาย่านนี้ เพราะสามารถเชื่อมต่อผ่าน Skywalk ไปยังเอ็มโพเรียม (EMPORIUM), เอ็มควอเทียร์ (EMQUARTIER) และเอ็มสเฟียร์ (EMSPHERE) ได้โดยตรง ลงจากรถไฟฟ้าแล้วก็สามารถเดินเข้าสู่พื้นที่ปรับอากาศของห้างได้เลย
หากเดินทางด้วยแท็กซี่ ทางเข้าฝั่งสุขุมวิทซอย 22 ก็เป็นอีกตัวเลือกที่สะดวก โดยเฉพาะในช่วงที่การจราจรบนถนนสุขุมวิทเส้นหลักค่อนข้างหนาแน่น
ควรมาถึงช่วงไหน ถ้าอยากเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ
ช่วงสายประมาณ 10:30 น. เป็นเวลาที่กำลังสบาย เพราะห้างต่าง ๆ เปิดแล้ว แต่บรรยากาศโดยรวมยังไม่วุ่นวายมากนัก เหมาะกับการเริ่มต้นวันแบบสบาย ๆ
ถ้าตั้งใจมาเน้นร้านอาหารและบรรยากาศช่วงเย็น การมาถึงประมาณ 16:00 น. ก็เป็นอีกช่วงเวลาที่เหมาะ เพราะสามารถต่อแพลนจากการเดินช้อปในช่วงบ่ายไปจนถึงดินเนอร์หรือเครื่องดื่มยามพระอาทิตย์ตกได้พอดี
EMSPHERE อยู่ตรงไหนใน EM DISTRICT
เอ็มสเฟียร์ (EMSPHERE) เป็นหนึ่งในพื้นที่ใหม่และมีสีสันมากที่สุดของเอ็ม ดิสทริค (EM DISTRICT) และเป็นอีกหนึ่งพิกัดที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาย่านพร้อมพงษ์
ถ้าเอ็มโพเรียมให้บรรยากาศลักชัวรีแบบคลาสสิก และเอ็มควอเทียร์โดดเด่นเรื่องไลฟ์สไตล์และดีไซน์ เอ็มสเฟียร์ก็มีคาแรกเตอร์ที่สดใหม่และทันสมัยมากขึ้น ด้วยกลิ่นอายแบบ Industrial-Chic ภายในมีตั้งแต่ IKEA ไปจนถึงร้านอาหาร ความบันเทิง และบริการด้าน Wellness ต่าง ๆ
Shop พิกัดช้อปในพร้อมพงษ์
เอ็มควอเทียร์และเอ็มโพเรียม สองแลนด์มาร์กที่ควรแวะ
เริ่มต้นจากสองห้างหลักของย่านอย่างเอ็มควอเทียร์และเอ็มโพเรียม
เอ็มควอเทียร์โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบ Helix และพื้นที่สวนเปิดโล่ง พร้อมร้านแบรนด์ระดับโลกและดีไซเนอร์ไทยระดับพรีเมียมให้เลือกเดินชมหลากหลาย
ส่วนเอ็มโพเรียมที่อยู่ฝั่งตรงข้ามให้บรรยากาศเรียบหรูและคลาสสิกกว่า เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาเครื่องสำอางระดับไฮเอนด์ และแฟชั่นที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี
Hidden Gems ร้านเล็ก ๆ และบิวตี้ไอเท็มที่ซ่อนอยู่ตามซอย
เสน่ห์ของพร้อมพงษ์ไม่ได้มีแค่ห้างใหญ่ เพราะตามซอยต่าง ๆ ยังมีร้านเล็ก ๆ ที่น่าสนใจซ่อนอยู่ไม่น้อย
ที่สุขุมวิทซอย 39 มี (un)FASHION District S39 สำหรับคนที่ชอบของวินเทจที่ผ่านการคัดสรรมาแล้ว ขณะที่บริเวณโดยรอบก็มีทั้งร้านของแต่งบ้าน งานคราฟต์ และของขวัญดีไซน์แปลกตาให้ค่อย ๆ เดินค้นพบ
ร้านเล็ก ๆ เหล่านี้ช่วยเติมอีกบรรยากาศให้กับย่าน และตัดกับความคึกคักของห้างใหญ่ได้อย่างลงตัว
Eat กินอะไรดีในพร้อมพงษ์
ร้านกาแฟสำหรับนั่งพักแบบไม่ต้องรีบ
ถ้าอยากเติมคาเฟอีนระหว่างวัน ลองแวะ Hario Cafe หรือ Ceresia Coffee Roasters ร้านกาแฟ Specialty ที่ซ่อนตัวอยู่ในสุขุมวิทซอย 41
สำหรับใครที่อยากนั่งพักพร้อมมื้อที่อิ่มขึ้นอีกหน่อย Breakfast Story และ Larder BKK ก็มีทั้ง Artisan Sourdough และเมนู Brunch ให้เลือกหลากหลาย
ทำไมหลายคนถึงเรียกพร้อมพงษ์ว่า Little Japan ของกรุงเทพฯ
พร้อมพงษ์เป็นย่านที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ “Little Japan” ของกรุงเทพฯ และร้านอาหารในละแวกนี้ก็สะท้อนบรรยากาศนั้นได้ค่อนข้างชัด
ลองแวะ Mensho Tokyo บนถนนสุขุมวิทสำหรับ Toripaitan Ramen สไตล์โตเกียว หรือ Isao ในซอย 31 สำหรับซูชิแบบ Casual ที่มีความสร้างสรรค์และเป็นหนึ่งในร้านที่คนในย่านคุ้นเคยกันดี
จะไปไหนดีเมื่อพระอาทิตย์เริ่มตก
เมื่อเข้าสู่ช่วงเย็น เอ็มสเฟียร์มีทั้งร้านอาหารและพื้นที่แฮงเอาต์หลายแบบให้เลือก จึงเป็นอีกจุดที่สามารถต่อแพลนไปได้จนถึงช่วงกลางคืน
ถ้าอยากเปลี่ยนเข้าสู่ช่วงเย็นแบบสบาย ๆ มากขึ้น ลองเลือกรูฟท็อปบาร์ในละแวกนี้ แล้วค่อย ๆ นั่งชมวิวเส้นขอบฟ้าของสุขุมวิทพร้อมเครื่องดื่มที่ชอบ
ชิล หยุดพักระหว่างวันให้ได้พักจริง ๆ
สวนเบญจสิริ พื้นที่สีเขียวที่ช่วยเปลี่ยนจังหวะของวัน
สวนเบญจสิริ (Benchasiri Park) ตั้งอยู่ติดกับเอ็มโพเรียม และเป็นเหมือนพื้นที่สีเขียวใจกลางพร้อมพงษ์ ภายในมีทั้งประติมากรรม สระน้ำ และต้นไม้ใหญ่รอบสวน
เพียงใช้เวลาประมาณ 20 นาทีเดินเล่นหรือนั่งพักใต้ร่มไม้ ก็ช่วยให้ได้หยุดจากความคึกคักของเมืองสักครู่ ก่อนกลับไปทำกิจกรรมอื่นต่อ
และถ้าหลังจากเดินเล่นในสวนแล้วยังรู้สึกว่าคอ ไหล่ หรือศีรษะต้องการการพักมากกว่านั้น จากสวนเบญจสิริก็สามารถเดินต่อไปยัง Siesta Head Spa ที่ EMSPHERE ได้ เพราะอยู่ติดกัน ถือเป็นอีกทางเลือกสำหรับพักจากความวุ่นวายของเมืองและให้ร่างกายได้ผ่อนคลายมากขึ้น
งานศิลปะ กิจกรรม Wellness และมุมเล็ก ๆ ที่น่าค้นพบ
การเดินช้า ๆ ตามซอย 31 หรือซอย 39 อาจพาให้เจอทั้งแกลเลอรีอิสระและกิจกรรม Wellness แบบ Pop-up อยู่เป็นระยะ
พื้นที่เหล่านี้มักมีบรรยากาศสงบกว่า ชวนให้หยุดมองสิ่งรอบตัว และเป็นอีกวิธีง่าย ๆ ในการพักจากจังหวะเร่งรีบของเมือง
เมื่อการนั่งพักอย่างเดียวอาจยังไม่พอ
บางครั้งแค่ได้นั่งพักอาจยังไม่พอ โดยเฉพาะหลังจากเดินเที่ยวท่ามกลางอากาศร้อนของกรุงเทพฯ ถือถุงช้อปปิ้ง และใช้เวลาอยู่ท่ามกลางผู้คนเป็นเวลานาน
ไหล่อาจเริ่มตึง คอเริ่มเมื่อย และศีรษะรู้สึกหนัก เมื่อถึงจุดนั้น การหยุดพักในแบบที่ช่วยให้ร่างกายได้ผ่อนคลายมากขึ้น อาจตอบโจทย์กว่าการนั่งพักเฉย ๆ
ช่วงเวลารีเซ็ตระหว่างวันกับ Head Spa ที่ EMSPHERE
หนึ่งเซสชันมีอะไรบ้าง และใช้เวลานานแค่ไหน
Siesta Head Spa สาขา EMSPHERE ตั้งอยู่บนชั้น 8 ของ EM TOWER เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่เหมาะสำหรับพักจากจังหวะคึกคักและความวุ่นวายของกรุงเทพฯ โดยระยะเวลาและขั้นตอนของสปาศีรษะจะแตกต่างกันไปตามโปรแกรมที่เลือก มีทั้งโปรแกรมที่เน้นการดูแลหนังศีรษะและเส้นผม เน้นการผ่อนคลาย หรือผสมผสานทั้งสองด้านเข้าด้วยกัน
Siesta Head Spa สาขา EMSPHERE มีห้องทรีตเมนต์ส่วนตัวแบบปิดมิดชิดทั้งหมด 7 ห้อง ทุกห้องกั้นด้วยผนังเต็มความสูงและมีประตูปิด ไม่ใช่การแบ่งพื้นที่ด้วยม่าน ประกอบด้วยห้องเดี่ยว 6 ห้อง และห้องคู่ 1 ห้อง รองรับเตียงทรีตเมนต์รวมทั้งหมด 8 เตียง
จากการสำรวจตลาดภายในของ Siesta เมื่อเดือนสิงหาคม 2026 จำนวนดังกล่าวเป็นจำนวนห้องทรีตเมนต์ส่วนตัวแบบปิดมิดชิดที่มากที่สุดในกลุ่มผู้ให้บริการ Head Spa โดยเฉพาะที่นำมาเปรียบเทียบในการสำรวจครั้งนั้น
ทุกโปรแกรมสปาศีรษะที่สาขา EMSPHERE ให้บริการภายในห้องส่วนตัวแบบปิดมิดชิด ลูกค้าจึงได้รับความเป็นส่วนตัวในระดับเดียวกันตลอดทั้งวัน ไม่ได้จำกัดเฉพาะช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง อีกทั้งจำนวนห้องและจำนวนลูกค้าที่สามารถให้บริการได้ในแต่ละรอบยังมีขอบเขตชัดเจน จึงช่วยคงบรรยากาศที่สงบและเป็นส่วนตัวตลอดการใช้บริการ
รูปแบบห้องนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนตัว รวมถึงลูกค้าที่สวมฮิญาบ หรือใครก็ตามที่ต้องการพักผ่อนในบรรยากาศที่สงบ เป็นส่วนตัว และผ่อนคลายมากขึ้น
ซึ่งเป็นจุดเด่นของสาขานี้ เพราะสามารถรับบริการสปาศีรษะตั้งแต่ต้นจนจบเซสชัน ตั้งแต่ขั้นตอนบนเตียงสระ ไปจนถึงการเป่าผมและจัดแต่งทรงผมให้เรียบร้อยได้ภายในห้องส่วนตัวเดียวกัน (All Private Rooms) จึงไม่จำเป็นต้องย้ายออกไปใช้พื้นที่จัดแต่งทรงผมส่วนกลางระหว่างรับบริการสปาศีรษะเลย
แสงที่นุ่มลงและกลิ่นหอมที่ช่วยสร้างบรรยากาศสงบ ทำให้ช่วงเวลานี้เหมือนการได้ออกจากความเร่งรีบของเมืองสักพัก เป็นเวลาส่วนตัวสำหรับปล่อยความเหนื่อยล้าของวัน ก่อนกลับออกไปด้วยความรู้สึกสดชื่นและพร้อมสำหรับสิ่งที่รออยู่ต่อจากนั้น
สำหรับการเปรียบเทียบนี้ “ห้องทรีตเมนต์ส่วนตัวแบบปิดมิดชิด” หมายถึงห้องที่แบ่งด้วยผนังถาวรเต็มความสูงและมีประตูปิด ไม่ใช่พื้นที่ที่แบ่งออกจากกันด้วยม่าน โดยข้อมูลเปรียบเทียบอ้างอิงจากจำนวนห้องภายในของ Siesta และการสำรวจตลาดที่จัดทำขึ้นในเดือนสิงหาคม 2026



หลังทำเสร็จแล้วอาจรู้สึกอย่างไรบ้าง
สำหรับลูกค้าหลายคน ความรู้สึกผ่อนคลายอาจเกิดขึ้นได้ค่อนข้างเร็ว ความตึงบริเวณขมับ คอ หรือกรามอาจค่อย ๆ คลายลง ขณะที่ศีรษะอาจรู้สึกเบาขึ้น ราวกับน้ำหนักที่เคยแบกถูกปล่อยออกไป
ในช่วงวันถัดมา ลูกค้าบางท่านยังเล่าว่านอนหลับสบายขึ้น หรือยังคงรู้สึกว่าความคิดปลอดโปร่งและสงบขึ้นหลังจากได้พักอย่างเต็มที่
ความรู้สึกผ่อนคลายเหล่านี้ยังสะท้อนผ่านประสบการณ์ที่ลูกค้าของเราแบ่งปันไว้เช่นกัน
“ปกติฉันเป็นคนที่ผ่อนคลายได้ยากมาก แต่ที่ Siesta กลับรู้สึกผ่อนคลายได้ง่ายอย่างน่าประหลาดใจ”
“ประสบการณ์ดีมากจนแทบหลับเลยค่ะ! ปกติฉันเป็นคนที่ผ่อนคลายได้ยากมาก แต่ที่ Siesta กลับรู้สึกผ่อนคลายได้ง่ายอย่างน่าประหลาดใจ
ผมของฉันก็ดูแลค่อนข้างยาก เพราะเป็นผมหยิก แห้ง หนา และยาว แต่ที่นี่ดูแลทุกอย่างได้ดีมาก ซึ่งทำให้ฉันประหลาดใจจริง ๆ เพราะปกติเวลาคนอื่นดูแลผมให้ มักจะบ่นว่าผมจัดการยาก แต่ที่ Siesta ไม่เป็นแบบนั้นเลยค่ะ!”






